ข้ามไปเนื้อหาหลัก
พระโพธิสัตว์เป็นงูผู้มีเมตตา
ชาดก 547 เรื่อง
509

พระโพธิสัตว์เป็นงูผู้มีเมตตา

Buddha24 AIปกิณณกนิบาต
ฟังเนื้อหา

พระโพธิสัตว์เป็นงูผู้มีเมตตา

ในอดีตกาลอันไกลโพ้น นานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเวียนว่ายตายเกิดอยู่บนโลกใบนี้ ได้ทรงบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่เพื่อการตรัสรู้ เป็นพุทธภูมิ ในชาตินั้น พระโพธิสัตว์ได้ทรงอุบัติเป็น งูเห่า ตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง ณ แคว้นมคธ

งูเห่าตัวนี้มิใช่เป็นงูธรรมดา แต่เป็นงูที่มี จิตใจอันเปี่ยมด้วยเมตตา และ กรุณา เป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศ แม้จะมีพิษร้ายแรงที่สามารถปลิดชีวิตสิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้ในพริบตา แต่พระโพธิสัตว์ในร่างงูเห่ากลับใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ไม่เคยคิดเบียดเบียนใคร

วันเวลาผ่านไป งูเห่าผู้มีเมตตาได้ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังในถ้ำอันร่มรื่นริมธารน้ำใส ทุกเช้าค่ำ จะออกมาหากินแมลงและสัตว์เล็กๆ ด้วยความระมัดระวังเสมอ ไม่ให้เกิดการเบียดเบียนเกินความจำเป็น และเมื่อมีโอกาส ก็จะช่วยเหลือสัตว์อื่นๆ ที่ตกอยู่ในอันตราย

ครั้งหนึ่ง มี พรานป่า หลงเข้าไปในป่าลึกจนหลงทาง ด้วยความเหนื่อยล้าและกระหายน้ำ เขาเดินโซซัดโซเซไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพลบค่ำก็ยังหาทางออกไม่ได้ จิตใจเริ่มหวาดกลัว วิตกกังวล

ขณะที่พรานป่ากำลังสิ้นหวัง ก็ได้ยินเสียง เสียงหอบหายใจ ดังแว่วมาจากพุ่มไม้ไม่ไกลนัก เขาชักมีดสั้นออกมาเตรียมพร้อมด้วยความระแวง แต่เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นเป็น งูเห่าตัวใหญ่ ลำตัวสีดำขลับ แผ่แม่เบี้ยสง่างาม

พรานป่าใจหายวาบ คิดว่าถึงคราวชีวิตจะต้องสิ้นสุดเสียแล้ว เขาหลับตาปี๋ เตรียมรับความตาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม

"ท่านพราน อย่าเพิ่งตกใจไป" เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนดังขึ้นจากร่างของงูเห่า

พรานป่าลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไม่เคยได้ยินงูพูดมาก่อน และเสียงนั้นก็ฟังดูเป็นมิตรอย่างน่าประหลาด

"ท่าน... ท่านพูดได้หรือ?" พรานป่าถามเสียงสั่น

"ข้าพูดได้ ท่านพราน" งูเห่าตอบ "ข้าเห็นท่านหลงทางมาหลายชั่วโมง คงจะเหน็ดเหนื่อยและกระหายน้ำ ข้าขอเชิญท่านพักที่นี่ก่อน"

พรานป่ามองไปรอบๆ อย่างไม่เชื่อสายตา งูเห่าผู้ยิ่งใหญ่กำลังเชื้อเชิญให้เขาพักผ่อนในถิ่นของมัน?

"แต่... ท่านเป็นงูเห่า ข้าเกรงว่า..." พรานป่ากล่าว

"อย่าได้กังวลเลย ท่านพราน" งูเห่ากล่าว "ข้ามิเคยคิดเบียดเบียนผู้ใด แม้แต่สัตว์เล็กๆ ข้ายังเว้น ข้ามีเพียงความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง"

ด้วยคำพูดอันอ่อนโยนของงูเห่า ทำให้พรานป่าค่อยๆ คลายความหวาดกลัว เขาค่อยๆ วางมีดลง แล้วมองดูงูเห่าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

"ข้าชื่อ... งูทอง" งูเห่าแนะนำตัว "ถ้าท่านไม่รังเกียจ เชิญพักผ่อนในร่มเงาของพุ่มไม้นี้ก่อน ข้าจะไปหาน้ำมาให้ท่าน"

พรานป่ารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง เขาพยักหน้าตอบรับ งูทองเลื้อยหายเข้าไปในป่าครู่หนึ่ง ก็กลับมาพร้อมกับ ใบตอง ขนาดใหญ่ที่รองน้ำมาเต็มเปี่ยม

"น้ำนี้เย็นชื่นใจ ข้าได้มาจากลำธารที่อยู่ไม่ไกล" งูทองวางใบตองลงตรงหน้าพรานป่า

พรานป่าดื่มน้ำจนชื่นใจ เขาเงยหน้ามองงูทองด้วยความรู้สึกที่ล้นปรี่

"ขอบคุณท่านงูทอง ข้าไม่เคยพบเจอสัตว์ใดที่มีจิตใจดีเช่นท่านมาก่อน" พรานป่ากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"เป็นธรรมดาของโลก ท่านพราน" งูทองตอบ "เมื่อเรามีเมตตาต่อผู้อื่น ผู้อื่นก็ย่อมมีเมตตาต่อเรา"

พรานป่าพักผ่อนอยู่กับงูทองจนรุ่งเช้า วันนั้น งูทองได้พาพรานป่าเดินทางไปยัง ชายป่า ที่ใกล้กับหมู่บ้าน

"ท่านพราน ทางนี้คือเส้นทางกลับสู่หมู่บ้านของท่าน" งูทองชี้ไปทางทิศหนึ่ง

"ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่านงูทอง" พรานป่ากล่าว "หากท่านมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้ บอกได้เลย"

"ไม่มีสิ่งใดที่ข้าต้องการนอกจากการเห็นสรรพสัตว์อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข" งูทองตอบ

หลังจากนั้น พรานป่าก็เดินทางกลับหมู่บ้าน เขาได้เล่าเรื่องราวของงูเห่าผู้มีเมตตาให้ชาวบ้านฟัง ทำให้ทุกคนประหลาดใจและเลื่อมใสในจิตใจอันสูงส่งของงูทอง

เรื่องราวของงูทองแผ่ขยายออกไปกว้างขวาง ผู้คนต่างพากันมาที่ป่าแห่งนั้นเพื่อขอพบงูทอง และหลายคนก็ได้พบกับความเมตตาของมัน

ครั้งหนึ่ง มี ช้าง ตัวใหญ่ตัวหนึ่ง เกิดอาการ เจ็บปวดอย่างรุนแรง ที่งวง มันไม่สามารถกินอาหารได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงทุกวัน ช้างพยายามหาหมอ แต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาอาการของมันได้

ข่าวเรื่องช้างป่วยไปถึงหูของงูทอง งูทองจึงได้เดินทางไปดูอาการของช้าง

"ท่านช้าง เหตุใดท่านจึงมีอาการเช่นนี้" งูทองถามด้วยความเป็นห่วง

"ข้า... ข้าเจ็บที่งวงมาก" ช้างตอบเสียงแหบพร่า "ข้าไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด"

งูทองค่อยๆ เลื้อยเข้าไปใกล้ช้าง แล้วใช้ ปากที่อ่อนโยน ของมัน ค่อยๆ เล็มสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนงวงของช้างออกทีละน้อย

ปรากฏว่า มี หนามแหลม อันเล็กๆ จำนวนมากที่ฝังอยู่ในเนื้อของงวงช้าง ทำให้เกิดอาการอักเสบและเจ็บปวด

งูทองใช้ความอดทนและเมตตา ค่อยๆ ดึงหนามเหล่านั้นออกทีละอัน ด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด

การรักษาใช้เวลานานหลายชั่วโมง แต่ด้วยความตั้งใจของงูทอง ในที่สุด หนามทั้งหมดก็ถูกดึงออก

ช้างรู้สึก โล่งใจ และ สบาย ขึ้นอย่างมากทันที มันขอบคุณงูทองด้วยความซาบซึ้ง

"ท่านงูทอง ท่านช่างมีพระคุณต่อข้าเหลือเกิน" ช้างกล่าว "ข้าจะจดจำความเมตตาของท่านไปตลอดชีวิต"

เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงส่วนน้อยของ ความดีงาม ที่พระโพธิสัตว์ในร่างงูเห่าได้กระทำ

อีกครั้งหนึ่ง มี ฝูงลิง อาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ใกล้กับถ้ำของงูทอง วันหนึ่งเกิด ไฟไหม้ป่า อย่างรุนแรง เปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ฝูงลิงตื่นตระหนกและไม่รู้จะหนีไปทางใด

งูทองเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงรีบเลื้อยออกจากถ้ำ

"อย่าเพิ่งตกใจ พวกเจ้าจงฟังข้า" งูทองตะโกนเสียงดัง

ฝูงลิงมองมาที่งูทองด้วยความหวาดกลัว

"พวกเจ้าจงปีนขึ้นไปบนตัวข้า" งูทองกล่าว "ข้าจะพาพวกเจ้าหนีออกจากกองไฟนี้"

ฝูงลิงลังเลใจ แต่ด้วยความสิ้นหวัง พวกมันจึงเริ่มปีนป่ายขึ้นไปบนหลังของงูทอง

งูทองค่อยๆ เลื้อยอย่างรวดเร็ว ฝ่าเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ไปสู่ ลำธาร ที่อยู่ไม่ไกลนัก

เมื่อถึงลำธาร งูทองก็มุดลงไปในน้ำทันที ทำให้เปลวไฟที่ติดอยู่บนตัวของมันดับลง และฝูงลิงก็ปลอดภัย

ฝูงลิงกระโดดลงจากตัวงูทองด้วยความโล่งใจ พวกมันขอบคุณงูทองอย่างท่วมท้น

"ท่านงูทอง ท่านช่วยชีวิตพวกเราไว้" ลิงตัวหนึ่งกล่าว "พวกเราจะไม่มีวันลืมพระคุณของท่าน"

งูทองเพียงแต่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน

วันเวลาผ่านไป พระโพธิสัตว์ในร่างงูทองก็ยังคงบำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา และ เมตตา อย่างไม่หยุดหย่อน

มีอยู่ครั้งหนึ่ง นักบุญ ผู้ทรงศีล ได้เดินทางผ่านมายังป่าแห่งนั้น ท่านเห็นงูทองกำลังนอนพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

นักบุญเดินเข้าไปหางูทอง

"โอ้ งูเห่าผู้มีบุญ" นักบุญกล่าว "ข้าเห็นท่านมานานแล้ว ท่านดูเป็นงูที่มีจิตใจประเสริฐยิ่งนัก"

"ข้าเป็นเพียงผู้ที่พยายามดำเนินตาม ธรรม ท่านนักบุญ" งูทองตอบ

"ท่านได้บำเพ็ญบารมีมานานแล้ว" นักบุญกล่าว "ข้าสัมผัสได้ถึง พลังแห่งเมตตา ที่แผ่ออกมาจากตัวท่าน"

งูทองเพียงแต่ยิ้มรับ

เรื่องราวของงูทองผู้มีเมตตา ยังคงเล่าขานสืบต่อกันไปในหมู่สัตว์ทั้งหลาย เป็น แบบอย่าง ของการใช้ชีวิตด้วย ความกรุณา และ ความไม่เบียดเบียน

แม้จะเป็นสัตว์ที่มีพิษร้าย แต่พระโพธิสัตว์ในร่างงูเห่า ก็ได้แสดงให้เห็นว่า จิตใจที่ประเสริฐ สามารถเปลี่ยนแปลงธรรมชาติอันโหดร้ายให้กลายเป็น ความดีงาม ได้

งูทองได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในป่าแห่งนั้น เป็น ที่พึ่ง และ ผู้ช่วยเหลือ ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องสิ้นอายุขัย

เมื่อถึงคราว ละสังขาร งูทองได้ทิ้งร่างกายอันเป็นที่อยู่ของตนไว้ และได้ไปอุบัติในภพภูมิอันสูงส่ง ด้วยผลบุญที่ได้สั่งสมมา

คติธรรม

แม้จะเป็นสัตว์ที่มีพิษร้าย แต่หากมีจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาและกรุณา ก็สามารถเป็นที่รักและที่พึ่งของผู้อื่นได้

บารมีที่บำเพ็ญ

ทานบารมี, ศีลบารมี, เมตตาบารมี, กรุณาบารมี, อธิษฐานบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

แม้จะเป็นสัตว์ที่มีพิษร้าย แต่หากมีจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาและกรุณา ก็สามารถเป็นที่รักและที่พึ่งของผู้อื่นได้

บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, ศีลบารมี, เมตตาบารมี, กรุณาบารมี, อธิษฐานบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

มหาสุมมหาชาดก
450ทสกนิบาต

มหาสุมมหาชาดก

มหาสุมมหาชาดกณ แคว้นโกศลอันไพศาล มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้ามหาสุมมะ พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้...

💡 การเป็นผู้ให้ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง.

สุมังคลชาดก
260ติกนิบาต

สุมังคลชาดก

สุมังคลชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาลอันไกลโพ้น พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นบุตรชายของนายช่างทอง...

💡 ความรักที่แท้จริง ความตั้งใจจริง และความสามารถ จะสามารถเอาชนะอุปสรรคทางสังคม และนำพาไปสู่ความสุขและความสำเร็จได้

อุกกุฏฐิตชาดก
39เอกนิบาต

อุกกุฏฐิตชาดก

อุกกุฏฐิตชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าพรหมทัตต์ทรงดำรงราชสมบ...

💡 สติปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติ ยศศักดิ์ หรือลาภสักการะ เพราะสติปัญญาสามารถนำพาให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง.

อุทายิชาดก
136เอกนิบาต

อุทายิชาดก

อุทายิชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นเมืองหลวงอันรุ่งเรืองของแคว้นมคธ มีคณะภิกษุสงฆ์หมู่ให...

💡 วาจาที่สุภาพอ่อนโยน ประกอบด้วยเมตตา ย่อมนำมาซึ่งความสงบสุข และเป็นที่รักของผู้คน

อัมพชาดก
20เอกนิบาต

อัมพชาดก

อัมพชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารอันงอกงาม ท่ามกลางป่าอันเขียวชอุ่ม มีต้น...

💡 การกระทำที่เห็นแก่ตัว โลภโมโทสัน และไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งหายนะและเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น การมีสติ รู้จักแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี คือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน

อัคกิชาดก
18เอกนิบาต

อัคกิชาดก

อัคกิชาดก ในอดีตกาล ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นบุรุษผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน...

💡 การมีสติปัญญา ความสามัคคี และการลงมือทำ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเอาชนะอุปสรรคและภัยพิบัติต่างๆ ได้

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว